บทที่ 19 บท 12.1

“ฉึกฉัก ๆ ปู้น ๆ รถไฟฉึกฉัก ๆ”

“ขอเล่นด้วยสิ”

“ม่ายหั้ย ของตัวเองก้อมีอย่ามาแย่ง”

“ก้ออยากเล่นสีนี้”

“ม่ายหั้ย”

“ทำไมม่ายหั้ย พวกเลาเป็นพี่น้องกันนะ!”

“ถามแปก ๆก้อม่ายอยากหั้ยเล่นด้วยไง”

“ได้งายยย นมสดเปนน้องนะ คนเป็นพี่ต้องเสียสละหั้ยน้องสิ”

“ม่าย แบร่!”

“ฮ—ฮึก แม่…. แม่จ๋าเฉาก๊วยม่ายอยากให้นมสดเล่นด้วย”

ระหว่างที่มือของชิลินกำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์ เพื่อดูสตอรี่ต่าง ๆ ที่เหล่าเพื่อนของเขาแท็กมาหาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ยังไม่ทันที่เขาจะได้รีโพสต์สิ่งเหล่านั้น ทันใดนั้นเสียงร้องไห้งอแงของนมสดก็ดังขึ้นที่ข้างใบหูของเขาเสียก่อน นั่นจึงทำให้ชิลินต้องผละสายตาออกจากหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองทันควัน ไม่อย่างนั้นนมสดคงจะได้งอแงมากกว่านี้แน่เพียงเพราะเจ้าตัวเล็กไม่ได้รับความสนใจจากเขา

“อย่าทะเลาะกันสิ ถ้าไม่อย่างนั้นฉันจะริบของเล่นคืนนะ” ชิลินที่พอจะได้ยินเสียงบทสนทนาระหว่างทั้งสองแฝดดังเข้าหูของตัวเองอยู่บ้างหันไปพูดกับนมสดที่มาเกาะแขนเรียกร้องความสนใจจากเขาเสียงนิ่ง หลังเจ้าตัวไม่ได้รับในสิ่งที่ตัวเองต้องการ

“ได้งายยย แม่จ๋าหั้ยกันแล้วก็ต้องหั้ยเลยนะ” เฉาก๊วยที่กำลังนั่งเล่นรถไฟพลาสติกอยู่ที่พื้นตรงปลายเตียงเอ่ยกลับมาทันควัน

“แม่จ๋า หนูอยากเล่นรถไฟของเฉาก๊วย”

“แต่ของตัวเองก็มีไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมถึงไม่เล่นล่ะ” ชิลินทักท้วงกลับไป เวลาเดียวกันเขาก็พยายามบอกตัวเองว่าอย่าไปใส่ใจกับคำว่าแม่จ๋าที่ทั้งสองกุมารพยายามพูดกรอกหูเขาอยู่ทุกวัน

“ก้อหนูม่ายอยากเล่นสีขาว หนูอยากเล่นสีดำแล้ว”

ให้ตายเถอะ… นี่มันปัญหาโลกแตกชัด ๆ ชิลินที่ได้ยินนมสดเอ่ยแบบนั้นได้แต่นึกคร่ำครวญในใจ เมื่อดูเหมือนว่าความใจดีของเขา จะทำให้ชิลินต้องมารู้สึกปวดหัวในวันนี้เสียแล้ว

“แม่จ๋า แม่จ๋าบอกเฉาก๊วยหั้ยหน่อยซี่” นมสดเอ่ยพร้อมพยายามทำหน้าทำตาเว้าวอนให้ชิลินเข้าข้างตัวเอง ขณะที่ตัวของชิลินเองกลับจ้องมองกุมารผมบลอนด์ตาฟ้าอย่างนิ่ง ๆ เท่านั้น

“แม่” นมสดเรียกเขาอีกครั้ง เมื่อเจ้าตัวเล็กเห็นว่าชิลินเอาแต่นอนนิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธอะไรทั้งนั้น

“เฉาก๊วย เอาของเล่นไปเก็บไว้ไป” แทนที่ชิลินจะยอมตามใจนมสดเหมือนอย่างทุกครั้ง เขากลับเลือกที่จะหันหน้าไปบอกเฉาก๊วยให้นำของเล่นไปเก็บแทน เมื่อชิลินคิดว่าหากเขายอมตามใจนมสด เดี๋ยวเฉาก๊วยก็คงเริ่มมีอาการงอแงเหมือนอย่างคนน้องแน่ และทางออกที่ดีที่สุดก็คือไม่ต้องเล่นทั้งคู่

“แม่จ๋า” เฉาก๊วยที่ได้ยินแบบนั้นเริ่มพูดกับชิลินด้วยน้ำเสียงงอแงบ้าง

“ถ้าไม่เอาไปเก็บ ฉันจะริบคืนทั้งหมด” ชิลินยังคงยืนกรานกลับไปเช่นเดิม

และหลังจากที่เขาเอ่ยออกไปแบบนั้น ทั้งสองกุมารก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ทั้งคู่จะตั้งท่าระเบิดเสียงร้องไห้ออกมา แต่ยังไม่ทันที่เสียงร้องไห้ของเหล่ากุมารจะดังขึ้น ชิลินก็รีบพูดดักคอเอาไว้ก่อน เมื่อเขาเกรงว่าจะมีคนที่ไม่ใช่คนมายืนเคาะประตูห้องของเขาด้วยความโมโหเหมือนอย่างคราวนั้นอีก

“ทั้งคู่ฮึบเลยนะ ห้ามร้องไห้เด็ดขาด เดี๋ยวเขาก็มาเคาะประตูอีกหรอก” ชิลินเตือนสติแก๊งกุมารเสียงจริงจัง

“ฮึบ!” เฉาก๊วยนมสดพยายามห้ามน้ำตาของตัวเองตามคำบอกของชิลิน ทั้งสองต่างใช้มือป้อม ๆ ของตัวเองปิดปากเอาไว้แน่น เพื่อสะกดกลั้นเสียงร้องไห้ของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันดวงตากลมโตของทั้งคู่ก็ยังคงมีน้ำใส ๆ ไหลออกมาไม่ยอมหยุด

นี่ตกลงเขาทำถูกไหมนะ? ชิลินที่เห็นท่าทีเหล่านั้นของทั้งสองแฝดได้แต่ตั้งคำถามในใจ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการจ้องหน้าแก๊งกุมารอย่างนิ่ง ๆ ไม่มีท่าทีว่าจะใจอ่อนให้กับน้ำตาเหล่านั้น จนกระทั่งทั้งคู่หยุดงอแงไปเอง

         อาจเพราะเบื้องบนเห็นว่าชีวิตของชิลินมันราบเรียบเกินไปก็เป็นได้ ถึงได้ส่งให้เจ๋งเข้ามาในชีวิตเขาแถมทั้งสองยังมาเป็นเพื่อนสนิทกันอีก ทั้งที่การใช้ชีวิตและนิสัยของทั้งคู่ต่างกันเหมือนฟ้ากับเหว

“เจ๋ง พูดจริง ๆ นะ”

“…”

“มึงไปมีแฟนเถอะ” ขณะที่ชิลินกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารกับเจ๋ง ระหว่างที่ทั้งสองกำลังนั่งคอยอาหาที่เพิ่งสั่งกันไปนั้น ชิลินที่ถูกเพื่อนสนิทลากตัวออกมาข้างนอกอีกครั้งด้วยเหตุผลง่าย ๆ คืออีกฝ่ายต้องการกินข้าวเย็นด้วยกันก็พูดกับเจ๋งเสียงจริงจัง เมื่อเขาคิดว่าเขาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป

“ฮั่นแน่! เดี๋ยวนี้มึงหัดพูดคำหยาบคายแล้วเหรอ เดี๋ยวกูฟ้องแม่มึงนะ”

“นี่มึงสนใจสิ่งที่กูพูดบ้างไหมเนี่ย” ชิลินถามเพื่อนทั้งอาการหน้างอ เมื่อดูเหมือนว่าเพื่อนสนิทของเขาจะโฟกัสผิดจุดไปเสียหน่อย

“กูได้ยินสิ่งที่มึงพูดน่า แต่ว่ากูไม่สนใจไงเพื่อน”

“…”

“ไม่เอาน่าชิลิน พอกูหนีไปมีแฟนเดี๋ยวมึงก็เหงาอีก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป